cbr 250 สงใส่ในความเร็ว

<< < (11/14) > >>

timotooo:
... พี่ๆหลายคนที่ตอบไว้แจ้งว่า สามารถขี่จากเกียร์หกที่ความเร็ว 90 และสามารถไต่ขึ้นไปที่ 140-150 ได้นั้น ผมยืนยันว่าจริงครับ ถ้ารถสมบูรณ์ทำได้ทุกคันแน่นอน .. แต่ต้องไปให้เป็น ไม่ใช่อยู่ 90 ดีๆก็บิดคันเร่งมิด มันไม่เกิดประโยชน์อะไรครับ ต้องบิดไล่คันเร่งให้ขึ้นไปตามกำลังเครื่อง แบบนั้นมาแน่นอนและมาไวกว่าเปิดคันเร่งทีเดียวมากๆด้วย ...

... แต่ทางที่ถูกต้อง ก็ควรจะไล่เกียร์ให้รอบเหมาะสมก่อนเปลี่ยนเกียร์ ถ้าไม่ชอบลากเครื่องมากๆแบบคนสงสารรถ แต่อยากทำความเร็ว ให้ลองสับเกียร์ที่ 9000 รอบ แต่ถ้าอยากจะระห่ำแบบไม่รออะไร ลปงเปลี่ยนเกียร์ช่วง 9500-10500 รอบ .. แต่ก็นั่นแหละต้องสังเกตุให้ดีครับ เกียร์ 1-6 มาอัตราทดที่ไม่เหมือนกัน ฉนั้นไม่ได้หมายความว่าเปลี่ยนเกียร์ที่รอบเดิมๆจะให้ผลดีเหมือนกันทุกเกียร์ ถ้าจะเอาความนิ่มนวลระหว่างเกียร์ต่อเกียร์โดยที่ไม่เสียกำลังเครื่อง ต้องลองเลือกรอบที่เหมาะกับเกียร์นั้นๆก่อนเปลี่ยน แน่นอนสิ่งนี้ต้องหาเองครับ อันนี้ตอบให้ในแบบรถเดิมท่อเดิมสเตอร์เดิม เพราะถ้าเปลี่ยนท่อ เปลี่ยนสเตอร์ ใส่กล่อง ทุกอย่างมันก็เปลี่ยนตามไปด้วย ...

... สำหรับเรื่องความเร็วปลาย มันก็อยู่ย่านๆ 160+ ครับ .. ผมหนัก 95 กก. รถเดิมท่อเดิมอะไรเดิม หมอบมุดกระโดดนอนกระพือเท้าเขย่ารถแล้ว ทำได้แค่ 164 ก็เจียนจะแย่อยู่แล้ว เหมือนจะมีอีกนิดแต่สงสารรถไม่รู้จะเค้นไปทำไมแค่นั้นก็พอดีกว่า ... แล้วหลายคนที่เชื่อมั่นในตัวเลข ผมบอกได้อีกคำเลยว่า เกจ์วัดความเร็วของรถบ้านเรานั้น " คลาดเคลื่อนเยอะ " เออเร่อร์พอสมควรในบางย่านความเร็ว ... 100 ถ้วนของ CBR250 ได้เท่ากับ 92-94 ของรถยนต์ครับ ผมเคยลองแล้วกับ civic ไมล์ดิจิตอลเป็นตัวเลข ท่านใดไม่เชื่อก็ชวนรถยนต์ออกไปลองได้ตอนนี้ครับ ...

... อายุเป็นเพียงตัวเลข ความเร็วก็เป็นเพียงตัวเลขเช่นกัน ... ลองใส่ใจในอัตราเร่งสำหรับการใช้งานของมันดีกว่า มันคือจุดเด่นที่ผมกล้าพูดว่าเหนือกว่าคู่แข่ง 250 ค่ายเพื่อนบ้านและ 150 จากค่ายเดียวกันไม่ว่าจะหัวฉีดคาร์บู ไม่ว่าใครจะพูดอะไรผมก็ได้แต่ฟังแล้วขำไม่อยากเถียง รอบต่ำๆแค่ 5-6 พันรอบก็เปิดคันเร่งไปที่ 7-8 พันรอบเท่านั้น แซงต่อได้เลย ไม่ต้องรอให้รอบกวาดไปถึง 10000 รอบให้การสึกหรอและอัตราบริโภคน้ำมันมันเพิ่มขึ้นตาม ... บางคนบอกว่าวิ่ง 150 ยังช้า แต่บางคนก็บอกว่าวิ่ง 120 ก็เร็วเกินไปแล้ว ระดับความพอใจของคนนั้นไม่เท่ากันครับ ...

 ;) ;) ;)

amulet_bb:
^
^
^
สุดยอดไปเลย

sakdaduriy:
ไม่เกิน 100613 ตอนนี้คิวยาว   HONDA CBR 500R ต้องมาอยู่ในอานัติของพี่ หรือ จะ NINJA 600 ดี   
แล้วแต่ งบประมาณ เหลือเยอะก็สอย นินจา เหลือน้อย ปีนก เจอกัน 555

sakdaduriy:
HONDA CBR250I


    ออกมาพร้อมกับตัว 150i ในปี 2010 เครื่อง 250cc ลักษณะคล้ายกับตัว 150i ตัวความเป็นจริง ถ้าได้ลองขับ จะรู้ว่าต่างกันโดยสิ้นเชิง อุปกรณ์ ทุกอย่างจะใหญ่กว่าตัว 150i เช่น แม็ก ยาง ท่อ โครงรถ โช็ค หน้า-หลัง จานดิสเบลค เป็นต้น
    จากที่เคยทดลองขับ ความเร็วต้นและปลายทำได้ดีกว่าตัว 150i มาก ตัวรถหนักกว่าเล็กน้อย เสียงท่อดังกว่าเล็กน้อย ขับด้วยความเร็วสูง จะนิ่งกว่า เข้าโค้งนิ่งกว่า การเบลคดีกว่าเพราะมีระบบ ABS ความเร็วสูงสุดเท่าที่เคยทำได้ประมาณ 180 km/ชม. ประหยัดน้ำมันสูง เครื่องไม่ร้อน

   ราคาอยู่ที่ 120000 บาท ค่อนข้างสูง แต่ก็สมราคา ยังไม่เรียกว่าเป็นรถ Bigbike เพราะ จำนวนสูบ 1 สูบ และเครื่องยังคงเป็นแค่ 250cc
   เหมาะสำหรับคนที่ชอบสปอร์ตแบบขับสะบาย ขับทางไกลได้ดีเยี่ยม
เขียนโดย อรรถสิทธิ์ ตั้งทับสุนทร ที่ 3:50 ไม่มีความคิดเห็น:

HONDA CBR150I

 CBR150i ตัวนี้ออกมาในปี 2010 มีความสวยงามมากขึ้น จากปีก่อนๆ ตัวถังใหญ่ขึ้น ใส่น้ำมันได้มากขึ้น หน้าปัดเป็นแบบ LCD บอกจำนวนน้ำมัน รอบเครื่องยนต์ เวลา ความเร็ว ความร้อน มีประโยชน์มาก แต่ผลเสียคือ ถ้าเสียก็จะไม่สามารถเห็นอะไรได้เลย ตัวนี้ใช้หัวฉีดซึ่งประหยัดน้ำมันสูง
       จากประสบการณ์ที่เคยได้ลองขับ ความเร็วต้นถือว่าทำได้ดี แต่ช่วง เกียร์ 5-6 เร่งไม่ขึ้น แต่ก็เป็นธรรมดาของเครื่อง 150cc ซึ่งมีสูบเดียว ประหยัดน้ำมันสูง เครื่องไม่ร้อน เสียงเงียบมาก ท่านั่งถือว่าสะบายไม่ปวดหลัง เบาะคนซ้อนไม่สูงจนเกินไป น้ำหนักรถเบามาก ทำให้เมื่อใช้ความเร็วสูงๆ รถจะเกิดอาการสบัดจากการปะทะของลม การเข้าโค้งดีในความเร็วไม่สูงมาก ระบบเบลคยังไม่ดีโดยเฉพาะช่วงหน้า เบลคแรงไป อาจล้มได้ เพราะมีดิสเบลคข้างเดียวต่างจากรถ Bigbike ซึ่งมี 2 ข้าง ทำให้สบัด
ความเร็วสูงสุดเท่าที่เคยทำได้ คือ 156 km/ชม. ถือว่าดีทีเดียวสำหรับเครื่อง 150cc
       โดยรวมถือว่าเป็นรถที่ดี เหมาะสำหรับคนที่ชอบความเป็นสปอร์ต คล่องตัว แต่ถ้าหวังว่าจะได้ความแรงเหมือนรถ Bigbike คงไม่ใช่ เพราะเครื่องแค่ 150cc สูบเดียว ไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความแรงและเป็นสปอร์ตเต็มตัว ราคา ณ ตอนนี้ ประมาณ 78000-82000 บาท ถือว่าไม่แพงเลยทีเดียว
เขียนโดย อรรถสิทธิ์ ตั้งทับสุนทร ที่ 3:35 ไม่มีความคิดเห็น:

HONDA CBR1000

BR1000RR ปี 2012 นี้ต่างจากตัว 2010 โดยที่เห็นได้ชัดคือ ชุดแฟริ่ง ไฟหน้า แม็ก ที่เปลี่ยนใหม่ได้อย่างสวยงาม ส่วนตัวเครื่องยังคงเป็นแบบเดิม ด้วยเครื่อง 4 สูบ 1000cc ความเร็วรอบสูง ประหยัดน้ำมันด้วระบบหัวฉีด ความเร็วสูงสุด ประมาณ 300 km/ชม. ตัวนี้ไม่มีขายในไทยอีกเช่นเคย ราคาประมาณ 800000 บาท
  ถ้าเทียบ Bigbike 1000cc กับค่ายอื่นๆ CBR ถือว่าเป็นรถที่ขับง่ายกว่า ด้วยท่าทางการนั่งที่เหมาะกับสรีระ ทำให้มีความคล่องตัวสูง ใครที่รักความเป็นที่สุดของ Bigbike CBR1000RR น่าจะเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีที่สุด


HONDA CBR 400RR
ลิกผลิตตั้งแต่ปี ค.ส. 1993 (รูปบน)ไม่มีขายในไทย เป็นรถ Bigbike ที่ปัจจุบันนิยมใช้ในหมู่ ผู้เริ่มขับ Bigbike เนื่องจากราคาถูก(มือสอง) และเครื่อง 4 สูบ 400cc สามารถเรียกแรงม้าได้ดี เสียงดุดัน สไตร์ Bigbike นิยมนำมาดัดแปลงสภาพใหม่ (รูปล่าง) เพื่อให้ดูสวยงาม ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 240 km/ชม. เลยทีเดียว
ข้อดี  ความเร็วรอบสูง 0-100 ภายในไม่ถึง 4 วินาที ท่านั่งหมอบเท่สไต Bigbike เสียงดุดัน ความเร็วสูงสุดถึง 240 km/ชม. ระบบเบลคดี ยางใหญ่เข้าโค้งได้ดี ราคาถูก

ข้อเสีย กินน้ำมันมากเนื่องจากเทคโนโลยีในยุค 93 ยังไม่ดี รถอายุมากทำให้อุปกรณ์บางส่วนเสีย ต้องคอยเปลี่ยนบ่อย อะไหล่หายาก น้ำหนักรถเยอะ ท่านั่งถ้านั่งนานๆอาจเมื่อยล้า เบาะคนซ้อนสูง ความร้อนสูง ต้องคอยเติมน้ำยาหล่อเย็นอยู่บ่อย ไม่มีเข็มบอกระดับน้ำมัน

ใครที่คิดจะเล่นรถนี้ ก็ต้องทำใจกับสิ่งที่ตามมา เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อม คงต้องต้องคิดหนักกันหน่อยว่าจะดีคุ้มกับที่เสียรึป่าว ราคารถมีตั้งแต่ 50000-150000 บาท แล้วแต่สภาพ
เขียนโดย อรรถสิทธิ์ ตั้งทับสุนทร ที่ 4:11 ไม่มีความคิดเห็น:

sakdaduriy:
HONDA CBR600RR 2012

เนื่องจากปัจจุบัน HONDA ผลิตรถ Bigbike 4 สูบ ในระดับ 600cc ขึ้นไป (150 และ 250 ไม่ถือว่าเป็น Bigbike) ตัวนี้จึงเป็น Bigbike ตัวล่าสุดที่ทาง Honda ผลิต ออกมา ยังไม่ได้มีการเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนอะไรมากนักจากตัวปัจจุบัน มีความสวยงามเพิ่มขึ้น
   จากประสบการณ์ที่เคยลองขับ CBR600 ตัวก่อน พบว่าความเร็วรอบต่างจาก CBR400 โดยสิ้นเชิง แรงกว่าเห็นๆครับ เรียกว่าออกตัวแทบหงายเลยทีเดียว ประหยัดน้ำมันแทบจะไม่ต่างกับตัว400 เพราะเป็นหัวฉีด เครื่องไม่ร้อนเร็ว ใครได้ลองขับ ติดใจทุกคนครับ
   ยังไม่ได้รับการเปิดเผยรายละเอียดออกมามากนัก สำหรับตัวนี้ เเต่จากที่มันเป็นรถที่ดีเเละสนองมือได้อยู่เเล้วสำหรับ CBR 600 ในเวอร์ชั่นนี้ก็ยังคงความสปอร์ตชั้นยอดได้ดีเช่นเคย ความเร็วสูงสุด ประมาณ 280-290 km/ชม. ถ้ารักความเร็ว ชอบความเป็นนักแข่ง ราคาโดยประมาณน่าจะไม่แตกต่างกับตัวก่อนซักเท่า คือประมาณ 600000-700000 บาท ไม่มีขายในไทยต้องสั่งจากต่างประเทศเท่านั้น (เท่ารถยนต์เลยนะเนี๊ย) ใครชื่นชอบจริงๆ ก็คว้าเอามาไว้ซักคัน รับรองไม่มีผิดหวังครับ
เขียนโดย อรรถสิทธิ์ ตั้งทับสุนทร ที่ 4:50

นำร่อง

[0] ดัชนีข้อความ

[#] หน้าถัดไป

[*] หน้าที่แล้ว